CrCF on Somyos and basic rights

28 01 2013

CrCF released statement on the conviction of Mr. Somyot Prueksakasemsuk

January 28, 2013

Press Statement

On the Conviction of Mr. Somyot Prueksakasemsuk

The Bangkok Criminal Court read a verdict on the Black Case no. O1952/2554 on 23 January 2013 between the public prosecutors v Mr. Somyot Prueksakasemsuk, a defendant in an offence against the Penal Code’s Article 112 (lèse majesté). Mr. Somyot was accused of publishing, distributing and disseminating “Khom Kwam Kid” column authored by “Jitra Phonchan” and another article “‘Bloody Plan, Shooting over the Head of the Seniors” in the Voice of Taksin. Both were deemed by the Court as being defamatory, insulting, or threatening to the King. That the defendant published, distributed and disseminated the articles was tantamount to an act to defame, insult, or threaten the King, an offence as per Article 112 of the Penal Code. He was therefore convicted to imprisonments on two counts, each for five years, plus another one year in a libel suit, the Red Case no. O1078/2552, altogether 11 years.

The Cross Cultural Foundation (CrCF) is concerned about the enforcement of the Penal Code’s Article 112 which directly impacts the exercise of the right to freedom of expression, a fundamental right guaranteed in any democracies. We therefore have the following demands to make;

1. While the case is pending in the Court, Mr. Somyot Prueksakasemsuk and other defendants or alleged offenders in lèse majesté cases should be granted temporary release immediately as they are considered prisoners of conscience and political prisoners. In addition, it is essentially held in criminal justice that a defendant be presumed innocent unless until the final verdict is reached. In order to uphold the principle, the defendants should be granted bail. That a person is subjected to being held in custody for a lengthy period of time is tantamount to having the person convicted prior to the trial. Such an act is in breach of the justice process provided for by the Constitution.

2. The government should make an attempt to have the Penal Code’s Article 112 amended making it become more appropriate and proportionate to a democratic system and in compliance with Thailand’s international obligation regarding Article 19 of the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR). In particular, the penalties should be adjusted to make them reflect genuine severity of the offence. The preservation of the monarchy cannot be made possible by the enforcement of draconian and undemocratic law. Also, the power to report a lèse majesté case should not lie with any individual as currently prescribed for since it paves the way for the misuse of Article 112 as a tool to silence any political dissent.

3. The Court is urged to adjudicate in compliance with the rule of law and impartiality. The enforcement of law based on respect of constitutional rights to freedom shall help to minimize impact of any unjust laws. On the contrary, if the enforcement of law is made without any principle, even though the law is fair enough, it shall not enable justice in society.

In order to help solve conflicts in society, it is therefore vitally important that the judges perform their duties in compliance with the rule of law and based on impartiality. In so doing, they shall be able to help the nation wade through any crises and become a sustainable democracy in future.

For more information, please contact Ms. Pornpen Khongkachonkiet, phone +66 2 6934939

___________________________________________________

องค์กรสิทธิเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และจำเลยในคดีอาญาอื่น ระหว่างการพิจารณาคดี

สำหรับเผยแพร่ทันที

24 มกราคม 2556

แถลงการณ์มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

กรณีศาลตัดสินคดีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข

ตามที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.1952/2554 ในวันที่ 23 มกราคม 2555 ระหว่าง พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ และ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยในคดีมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ด้วยการจัดพิมพ์ จัดจำหน่าย และเผยแพร่บทความคมความคิด ของผู้ใช้นามปากกา จิตร พลจันทร์ ในบทความเรื่องแผนนองเลือด และบทความเรื่องยิงข้ามรุ่น ในนิตยสารเสียงทักษิณ (Voice of Taksin) โดยศาลพิเคราะห์ว่า บทความดังกล่าวเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้าย ต่อพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการที่จำเลยนำบทความไปจัดพิมพ์ จัดจำหน่าย และเผยแพร่ จึงมีเจตนาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พิพากษาลงโทษจำคุกสองกระทง กระทงละ 5 ปี เป็นจำนวน 10 ปี บวกโทษจำคุก 1 ปี ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1078/2552 ของศาลอาญา รวมเป็นจำคุก 11 ปี

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอแสดงความห่วงกังวลถึงการบังคับใช้มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อันเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประเทศเสรีประชาธิปไตย และขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ขอเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และผู้ต้องหาหรือจำเลยอื่นในคดีที่ถูกกล่าวหาเช่นดียวกันนี้ ในทันที เนื่องจากถือเป็นนักโทษทางความคิดและนักโทษทางการเมือง ทั้งหัวใจของกฎหมายอาญา คือ หลักการสันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และเพื่อคุ้มครองหลักการดังกล่าวจำเลยจึงต้องได้สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว การควบคุมตัวบุคคลในระหว่างการพิจารณาที่ยาวนานจึงเปรียบเสมือนการพิพากษาจำคุกมาตั้งแต่ต้น อันเป็นการละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ

2. ขอให้รัฐดำเนินการแก้ไขมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และพันธกรณีระหว่างประเทศตามข้อบทที่ 19 แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสทธิทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขอัตราโทษที่มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับการกระทำความผิด เนื่องจากการรักษาความมั่นคงของสถาบันกษัตริย์นั้นไม่อาจกระทำได้โดยการบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรงและไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย และอำนาจในการร้องทุกข์กล่าวโทษ ที่ไม่ควรให้ใครก็ได้เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้มีผู้ใช้ข้อหาความผิดตามมาตรา 112 เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งศัตรูทางการเมือง

3. ขอให้ศาลยึดมั่นในหลักการกฎหมาย และพิจารณาคดีโดยปราศจากฐานของหลักอคติ เพราะการบังคับใช้กฎหมายบนพื้นฐานหลักการและเคารพสิทธิเสรีภาพของรัฐธรรมนูญย่อมมีส่วนลดความรุนแรงของกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมได้ ในทางตรงกันข้ามการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่อยู่บนพื้นฐานหลักการ แม้กฎหมายจะมีความเป็นธรรมสักเพียงใดก็ไม่อาจสร้างความเป็นธรรมให้เกิดในสังคมได้

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเยียวยาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสังคม การยึดมั่นในหลักนิติธรรมและบทบาทของผู้พิพากษาที่เป็นกลางปราศจากอคติในภาวะวิกฤติเท่านั้นที่จะนำพาประเทศชาติให้อย่างร่วมกันได้อย่างสันติประชาธิปไตยได้อย่างยั่งยืน

สอบถามเพิ่มเติมติดต่อ: นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ โทรศัพท์ +66 2 6934939

About these ads

Actions

Information

2 responses

5 02 2013
Somyot Case Ignites Lese Majeste Debate in Thailand · Global Voices

[...] Cultural Foundation recommends the reform of Article 112 which is often described as the world’s harshest Lese Majeste [...]

5 02 2013
Somyot Case Ignites Lese Majeste Debate in Thailand :: Elites TV

[...] Cultural Foundation recommends the reform of Article 112 which is often described as the world’s harshest Lese Majeste [...]




Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 140 other followers