Letters from Sukunya Prueksakasemsuk IV

24 12 2012

In an earlier post, PPT drew attention to the first letter from Sukunya Prueksakasemsuk to her husband, the imprisoned lese majeste political prisoner Somyos. Somyos has been jailed for almost 20 months as he awaits a verdict on this political charge. We also posted on a second and link to a third letter. The fourth is reproduced below.

Somyos was back in the court on 19 December to hear a politicized story about the constitutionality of lese majeste. He is now due to hear his verdict on 23 January 2013.

Week 80 of the prolonged detentionSomyos

23 December 2012

Dear P’Yot,

The hectic week passed and I was so tired and lack of stamina from the long term campaign for Free Somyot together with many parties. Our comrades from domestic and international countries lent their support and prayed for the verdict to be released and end the prolonged detention which has already been 20 months. The verdict still could not be given due to the change of judge panel and they have to review many documents and evidences, so they scheduled for 23 Jan 2013 at 9.00 AM. Nevertheless, the date was fixed now which was better than before that we could not predict anything. I have let it go whatever will happen; I thought that everyone did the great job they could do. It was regret that you could not visit our grandma and grandpa together with us in this coming New Year holiday. Grandma asked me about you every time I went there but grandpa could not remember anything. She asked me not to abandon you and take good care of you.

You should have seen on 19 Dec 12 that many people gathered and joined us to observe and witnessed at the court. This was a great record that ordinary people like you who have no big position nor authority got a great support from people around the world. Every one voluntary came to the court without any force, I thought that they wanted to proof the existence of justice in Thailand and witnessed verdict which has not happened and postponed as I said before. Anyway, I have seen some good signs which might lead to the fair trial but I didn’t want to expect too high result and tried to stay calm. I certainly wouldn’t give up. Many people came to talk to you and held your hands tightly to expresses their care and concerns which proved that what you have done was right.

What we need to focus urgently now is to finalize the concluding remark and submit to the court. I have called Khun Suwit and followed-up closely, He has committed to amend it as your comments, some weak points need to be removed and some strong points need to be added. In my opinion, I thought we should win this trial especially there were some verdicts previous that the editors were not accountable for the articles that they did not write and eventually the trials were acquitted. The judge panel could use this basis to consider your trial too.

I just went to the theatre with our kids and watched “Life of Pi” which Tai recommended and there is good feedback about it. It was a story of a young Indian man named Pi who was a son of the Zoo owner. The family was about to relocate to Canada and headed there by boat but it was an accident that killed his parents and elder brother and left him alone with the animals that were transferred together, finally only Bengal Tiger and Pi lived together. While Pi faced the beast which could destroy him anytime but the tiger was in the difficult situation as him too, only two of them were in the same boat. If PI did not see the world from the bright side with positive attitude and lose faith, he could be a victim of tiger or the mad sea. Pi has never given up, he said many times to himself not to be desperate and full of hope to survive, eventually he was alive.

Till now I thought that because you have never surrendered or lose faith which is the right thing, the end of the trial is not far from here and I hope you will not desperate like Pi.

Love you as always


23 Dec 2012 : 18.53 hrs.


สัปดาห์ที่ 80 จากการจองจำที่แสนนานนับจากวันที่ 30 เมษายน 2554

วันที่ 23 ธันวาคม 2555


ผ่านอาทิตย์ที่แสนยุ่งเหยิงนี้ไปซะที จุ๊บเหนื่อยมากๆจากกการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆเพื่อรณรงค์ให้ปล่อยตัวพี่ร่วมกับเพื่อนๆและหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ทุกๆคนร่วมกันเอาใจช่วยพี่ให้ได้รับการพิพากษาเพื่อยุติการจองจำอันแสนยาวนานถึง 20 เดือนเสียที แต่ศาลก็ยังไม่สามารถพิพากษาได้เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงองค์คณะใหม่และต้องใช้เวลาในการศึกษาเอกสารพยานต่างๆ จึงได้นัดพิพากษาในวันที่ 23 มกราคม 2556 เวลา 9.00 น. ก็ยังดีที่เราได้ทราบกำหนดวันที่แน่นอนซะที ไม่ต้องเลื่อนไปอีกแล้ว อะไรจะเกิดก็ทำใจแล้ว ที่ผ่านมาจุ๊บคิดว่าทุกๆคนได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว เสียดายที่พี่จะไม่ได้ไปเยี่ยมยายกับตาพร้อมกับพวกเราในวันปีใหม่ ยายถามถึงพี่ทุกครั้งที่จุ๊บกลับไปหา แต่ตาจำอะไรไม่ได้แล้ว ยายบอกจุ๊บเสมอว่าอย่าทิ้งพี่นะ ให้ดูแลกันด้วย

พี่คงเห็นแล้วว่าวันที่ 19 ธค.ที่ผ่านมามีคนมาให้กำลังใจและสังเกตการณ์มากขนาดไหน น่าจะเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียวสำหรับคนธรรมดาอย่างเรา ที่ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไร ทุกๆคนมาด้วยใจจริงๆ จุ๊บคิดว่าเขาคงอยากมาพิสูจน์ว่าความยุติธรรมยังมีอยู่หรือไม่และมาเป็นพยานในการพิพากษาที่อาจจะมีขึ้น จุ๊บเห็นว่ามีสัญญาณที่ดีหลายๆอย่างที่น่าจะทำให้ผลการพิพากษาออกมาไม่แย่จนเกินไป แต่ก็ไม่อยากคาดหวังมากไป พยายามทำใจให้อยู่ในความสงบแต่ก็ไม่ท้อและจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน หลายๆคนเข้าไปทักทายจับมือและแสดงความห่วงใยต่อพี่ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่พี่ทำยืดมั่นนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

ตอนนี้คงต้องเร่งการทำแถลงปิดคดีให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ จุ๊บได้โทรตามคุณสุวิทย์แล้วเขารับปากว่ากำลังแก้ไขให้ตามที่พี่เสนอประเด็นไปและจะอุดช่องโหว่และเสริมจุดแข็งจากคำให้การของพยานปากต่างๆทั้งสองฝ่าย ดูแล้วก็น่าที่จะมีสิทธิลุ้นอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อมีคำพิพากายกฟ้องก่อนหน้านี้ในกรณีที่บรรณาธิการไม่ต้องรับผิดชอบต่อบทความที่เป็นของนักเขียนคนอื่น ศาลก็น่าที่จะใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิพากษาคดีของพี่ด้วยเช่นกัน

จุ๊บเพิ่งได้ไปดูหนังกับลูกๆหลังจากไม่ได้ดูหนังโรงมานานมาก ตอนแรกว่าจะดูอีกเรื่องหนึ่งแต่ไทแนะนำ Life of Pi ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ที่ดี ก็เลยเปลี่ยนใจกัน ดูแล้วประทับใจมาก เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มชาวอินเดียชื่อพายเป็นลูกเจ้าของสวนสัตว์ที่ต้องย้ายบ้านไปอยู่แคนาดาแต่ขณะเดินทางโดยเรือก็เกิดอุบัติเหตุเรืออับปางลง พ่อแม่และพี่ชายเสียชีวิตเหลือแต่ตัวเขากับสัตว์ที่เอามาด้วย สุดท้ายต้องอยู่กับสัตว์ร้ายอย่างเสือเบงกอล การต้องใช้ชีวิตกับศัตรูที่คอยจ้องกินเราตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมดเดียวกันกับพาย ถ้าพายไม่ได้มองโลกในแง่บวกและสิ้นศรัทธาในชีวิต เขาก็คงตกเป็นเหยื่อของทะเลคลั่งหรือเป็นอาหารของเสือไปแล้ว แต่นี่พายไม่เคยมีความคิดท้อแท้เลย หลายครั้งเขาพูดถึงความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป โดยคอยปลุกปลอบใจตัวเองเสมอว่าจงอย่าสิ้นหวัง ในที่สุดเขาก็สามารถเอาชีวิตรอดตายจากสัตว์ร้าย คลื่นลมที่โหมกระหน่ำกลางทะเลลึกมาได้ มาถึงตอนนี้จุ๊บคิดว่าการที่พี่ไม่เคยยอมแพ้หรือสิ้นหวังเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ทางข้างหน้าก็เหลืออีกไม่ไกลนัก ขอให้พี่จงอย่าสิ้นหวังเช่นเดียวกับพาย



23 ธันวาคม 2555 เวลา 18.53 น.

Free Somyos



%d bloggers like this: